อักษร

...“welcome to Tamjaikein"สาระดีๆจากที่ต่างๆมาไว้ที่ใจอยากจะเขียน" . By นาย ตามใจเขียน

1/8/55

แนวข้อสอบวิชา MER6903

แนวข้อสอบ การวิจัย 1.ขั้นตอนการวิจัย ประกอบด้วยอะไรบ้าง ตอบ ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้ 1.ความสำคัญของปัญหา 1.ปัญหาสำคัญ 2.วัตถุประสงค์ในการวิจัย 3.ประโยชน์ในการวิจัย 4.ขอบเขตของการวิจัย 2.การตรวจเอกสาร/บททวนบทวรรณกรรม 2.1 การตรวจเอกสาร คือ ศึกษาแนวคิด หลักการ ทฤษฎี เอกสารที่เกี่ยวข้องในการทำวิจัย 2.2 กำหนดตัวแปร = ในการทำวิจัย 3.นิยามศัพท์เชิงปฏิบัติการ (Operational Definition.) 4.ตั้งสมมติฐาน (Hypothesis) = คำตอบที่นักวิจัยคาดว่าจะเกิดขึ้น 5.สร้างกรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Frame work) คือ หลังจากตรวจสอบเอกสารเสร็จผู้ วิจัยรวบรวมความคิดรวบยอดสรุป 1 แผ่น 3.วิธีการวิจัย คือ ระเบียบวิธีของการวิจัยที่ผู้วิจัยต้องแสดงให้ชัดเจนก่อนว่าจะเริ่มทำกับใคร เมื่อใด 1.ประชากรและการสุ่มตัวอย่าง 2.การเก็บข้อมูล เช่น ใช้แบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่าง เป็นต้น 3.การวัดตัวแปร ส่วนนี้จะต้องสัมพันธ์กันกับส่วนที่ 2 ข้อ 2.2 4.การทดสอบและการหาค่าความเชื่อมั่น 5.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ให้สอดคล้องกับการวัดตัวแปรและการตั้งสมมติฐาน 4. ผลการวิจัยและข้อวิจารณ์ ข้อนี้ได้ผลจากข้อ 3.5 ผลวิจัย ได้โดยการแปรข้อมูลสถิติที่ได้ ของตัวแปรเหตุที่มีต่อตัวแปรผลว่า การศึกษาครั้งนี้พบ อะไร อะไรคือประเด็นที่สำคัญที่สุด ข้อวิจารณ์ ต้องมีการวิจารณ์ว่าผลของเราที่ได้ มีจุดเด่นอยู่ที่ใด ที่จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะใน บทที่ 5 (ที่จะกล่าวต่อไป) 5.สรุปและข้อเสนอแนะ จะต้องเขียนให้เข้าใจว่า ตั้งแต่เริ่มแรกผลที่ศึกษาได้ทั้งหมดเป็นอย่างไรเขียนโดยสรุป เป็นการสรุปย่อผลการศึกษาทั้งหมด 1.สรุปผลการวิจัย 2.ข้อเสนอแนะ มี 2 ส่วน คือ ข้อเสนอแนะที่ได้จากผลการวิจัย = ได้อะไร สิ่งที่ควรสนับสนุน พัฒนา ปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป = แสงสว่างทางปัญญาที่จะนำไปทำครั้งต่อไป = HoriZon 6.เอกสารอ้างอิง ตัวแปร ข้อเท็จจริง ความเป็นเหตุ เป็นผล เกี่ยวกับสิ่งที่เราศึกษา หากเป็นกรณีตัวบุคคล เช่น การสัมภาษณ์ หรือข้อมูลจาก Web Internet ก็ใส่ลงไปด้วย 7. ภาคผนวก จะมีหรือไม่มีก็ได้ บางครั้งหากมีประวัติของผู้ที่เราสัมภาษณ์ ซึ่งได้จากการไปศึกษาค้นคว้า (ส่วนที่ 2) ให้นำมาไว้ ในส่วนนี้แทน 2.ประเภทของการวิจัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ตอบ ตามระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) แบ่งออกได้ 3 ประเภท ดังนี้ 1.การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ = ศึกษาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต 2.การวิจัยเชิงบรรยายหรือพรรณา = ศึกษาปรากฏการณ์ของสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร เป็นการ ศึกษาสำรวจ หรือหาความสัมพันธ์ต่าง ๆ ของปัจจัยที่ทำให้เกิดผลขึ้น (จะบอกอะไรในปัจจุบัน “What is”) 3.วิจัยเชิงทดลอง = เป็นการวิจัยเพื่อค้นหาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลของปรากฏการณ์ต่าง ๆ จะต้องมีการ ควบคุมตัวแปรประเภทนี้ต้องมีทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง การวิจัยประเภทนี้จะบอกว่า “อะไรอาจจะเกิดขึ้น” 3.ประโยชน์หรือความสำคัญของการวิจัย มีอะไรบ้าง 1.ส่งเสริมความรู้ทางวิชาการ 2.สิ่งบกพร่อง และหาวิธีการแก้ไขในงานต่าง ๆ 3.ทำนายปรากฏการณ์ และพฤติกรรมต่าง ๆ 4.ตอบสนองลักษณะธรรมชาติของมนุษย์ ดังกล่าวข้างต้น เพื่อนำความรู้และผลที่ได้รับจากการศึกษาวิจัยไปพัฒนา ปรับปรุง และประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป 4.ทฤษฎี บอกอะไรบ้าง ทฤษฎี หมายถึง ความคิดเห็นตามหลักวิชา เพื่อเสริมเหตุผลและรากฐานให้แก่ปรากฏการณ์ หรือ ข้อมูลในภาคปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ทฤษฎี บอก หลักการ แนวคิด ที่มา ที่ผ่านการพิสูจน์ ผ่านการทดลอง ซึ่งสามารถหักล้างได้หากมี ทฤษฎีอื่นเกิดขึ้นมาทดแทน เช่น ทฤษฎี …………………………………………………………………… 5. Key Word สำคัญของการวิจัย บอกอะไรบ้าง หรือ โจทย์ให้ตัวอย่างมา ให้เราอ่าน แล้วจะถามว่า Key Word มีอะไรบ้าง หรือปัญหาสำคัญของเรื่องที่อ่านมีอะไรบ้าง หรือโจทย์ให้เฉพาะชื่อเรื่องมา ให้เราเขียนความสำคัญของปัญหา กำหนดตัวแปรเหตุ และตัวแปรผล เช่น ความหมายของ การวิจัย หมายถึง กระบวนการศึกษา ค้นคว้า หาข้อเท็จจริง ตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยหาความเป็นเหตุและเป็นผลของปัญหา แล้วนำผลการวิจัยไปสู่ การพัฒนาปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข (นำไปใช้ประโยชน์) สรุป Key Word การวิจัยประกอบด้วยลักษณะใหญ่ ๆ 3 ประการดังนี้ ( 1.เป็นการศึกษาค้นคว้า/ค้นหาข้อเท็จจริง 2.เป็นการศึกษาที่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน 3.เป็นระบบตามหลักวิธี ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานของกระบวนการ/วิธีการวิทยาศาสตร์ (Scientific method) 6. วิธีอนุมาน (Deductive Method) คืออะไร และวิธีอุปมาน (Inductive Method) คืออะไร ตอบ วิธีอนุมาน คือ ความเป็นเหตุ เป็นผล ซึ่งประกอบด้วย ความจริงหลัก (major premise) ความจริงรอง (minor premise) และข้อยุติ จบ (conclusion premise) ยกตัวอย่างเช่น “เราพบความจริงว่า สรรพสิ่งทั้งหลายใน โลกนี้จะต้องตาย” ให้สังเกตที่เขียนเส้นใต้ สรุปได้ดังนี้ ความจริง คือ major สรรพสิ่งทั้งหลาย คือ minor ตาย คือ ข้อยุติ จบ วิธีอุปมาน คือ การสังเกตจากเหตุย่อย หลาย ๆ เหตุ แล้วนำไปหาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุย่อยหลาย ๆ เหตุ นำไปศึกษาวิจัย ซึ่งวิธีอุปมาน ศึกษาได้ 2 ลักษณะ คือ 1) ศึกษาประชากร (Population) = สิ่งที่เราศึกษาทั้งหมด 2.ศึกษาบางส่วนของประชากร (กลุ่มตัวอย่าง/Sample) ยกตัวอย่างวิธีอุปมาน เช่น ปากกาเขียนแล้วเป็นสีน้ำเงิน จะเล็กหรือใหญ่ ก็เขียนได้ = การเกิดความคิด อย่างหนึ่ง คือ อุปมาน แล้วนำไปสู่การแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ และปรากฏการณ์การศึกษามาจากหลายสาเหตุ 7. Phenomenon ทำให้เราทราบอะไร ตอบ เหตุหรือสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และเป็นสิ่งที่ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษา ซึ่งเกิดขึ้นโดยทั่ว ๆ ไป เป็นปัญหาหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ การศึกษาเป็นการศึกษาในตัวแปร 2 ตัว คือ ตัวแปรเหตุ (อิสระ) และตัวแปรผล (ตาม) ซึ่งตัวแปรเหตุ (อิสระ) หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดผล ส่วนตัวแปรผล (ตาม) หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากสาเหตุ มากกว่า 1 เหตุ 8.ตัวแปร คืออะไร และประเภทของตัวแปรมีอะไรบ้าง ตอบ ตัวแปร คือ คุณลักษณะหรือคุณสมบัติ ของสิ่งที่เราจะศึกษาหรือปรากฏการณ์ที่เราสนใจจะศึกษา เช่นเราสนใจจะศึกษา “ปัจจัยที่ทำให้นิสิต SD 43 ทุกคน สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลา 2 ปี” ดังนั้น คุณลักษณะหรือ คุณสมบัติที่เราจะศึกษาก็คือ นิสิต SD 43 ประเภทของตัวแปรมี 2 ประเภท คือ 1.ตัวแปรเหตุ (อิสระ) 2.ตัวแปรผล (ตาม) ตัวแปรเหตุ (อิสระ) หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดผล ตัวแปรผล (ตาม) หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากสาเหตุมากกว่า 1 เหตุ 9.ปัญหา คืออะไร ตอบ ปัญหา คือ ………………………………………………………… สำหรับความหมายของคำว่า ปัญหาการวิจัย (Research Problem) ก็จะหมายถึง ข้อสงสัยหรือข้อขัดแย้งทาง ความคิด (Conceptual Conflict) เกี่ยวกับทฤษฎี หลักการ แนวทาง หรือวิธีการปฏิบัติ ซึ่งบอกให้ทราบถึงความต้องการหรือข้อมูลที่จะไปอธิบายต่อสภาพการณ์หรือปัญหานั้น ๆ 10. ลักษณะที่สำคัญของปัญหาการวิจัย ตอบ 1. เป็นปัญหาที่ต้องหาคำตอบ โดยใช้หลักของเหตุ+ผล (rational) มิใช่ตอบโดยใช้สามัญสำนึก (Commonsense) 2.มีคุณค่าริเริ่มและสร้างสรรค์ = ทำแล้วนำไปใช้ประโยชน์ ปรับปรุงตัว ปรับปรุงงาน 3.ตรงกับความสนใจของผู้วิจัย = ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญ เพราะอยู่ในใจผู้วิจัยที่อยากจะทำ 4.สามารถหาข้อมูลตรวจสอบได้ = ก่อนที่จะศึกษาถึงปัญหาการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เรา จะศึกษา คือ ตัวแปรผล (ตาม) แนวข้อสอบ วิชา สถิติและการวิจัยเบื้องต้นทางการศึกษา MR203 1. การแสวงหาความรู้โดยอาศัยเหตุผลเป็นการแสวงหาความรู้โดยวิธีใด ... วิธีอนุมาน 2. การเก็บข้อมูลส่วนย่อยเพียงบางส่วนแล้วนำมาสรุปเป็นความจริงหลักเรียกว่าวิธีการใด ... Imperfect Induction 3. การแสวงหาความรู้แบบหาสาเหตุร่วมของเหตุการณ์ทุกครั้งที่เกิดขึ้นเป็นวิธีการใด ...วิธีของความสอดคล้อง 4. การสังหรณ์ใจและการหยั่งรู้ของคนเรา เป็นวิธีการแสวงหาความรู้แบบใด ... ลองผิดลองถูก 5. วิธีการวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีการสังเกตเพื่อที่จะ ... ทำนาย อธิบายความจริง ควบคุม และบรรยายปรากฏการณ์ต่างๆ 6. ข้อใดเป็นขั้นตอนของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ... มีปัญหา,ทบทวนวรรณกรรม,ตั้งสมมิฐาน,เก็บรวบรวมข้อมูล,วิเคราะห์ข้อมูล,สรุปผลการวิเคราะห์,ตรวจสอบ 7. ข้อเสียของการอ้างเหตุผลของอริสโตเติล คือ ... เป็นวิธีการที่วกวนไปมา 8. ประเภทของการวิจัยใดต่อไปนี้ที่อาศัยเกณฑ์การแบ่งตามประโยชน์ของการใช้ ...การวิจัยพื้นฐาน 9. การวิจัย คือ ... การประยุกต์วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการแสวงหาความรู้ 10. บุคคลใดต่อไปนี้เป็นคนเริ่มต้นคิดค้นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ... ชาร์ล ดาวิน 11. การวิจัยประยุกต์นั้นสนใจในแง่ของ ... อำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ 12. ประเภทการวิจัยใดต่อไปนี้ที่อาศัยเกณฑ์การแบ่งตามการควบคุมตัวแปรแทรกซ้อน ...วิจัยเชิงทดลอง 13. การสุ่มตัวอย่าง การเก็บรวบรวมข้อมูล,และการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นวิธีการแบบใด ...อุปมาน 14. การอ้างเหตุผลจากความจริงทั่วไป ไปสู่ความจริงย่อยเป็นวิธีการแบบใด ... อนุมาน 15. การสรุปความจริงทั่วไปจากการสังเกตการณ์เป็นวิธีการแบบใด ...อุปมาน 16. การได้มาซึ่งปัญหาของการวิจัยส่วนใหญ่ได้มาจาก ... ทฤษฎี,ประสบการณ์,งานวิจัย,ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ 17. ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายของการวิจัย ...เพื่ออธิบายปรากฏการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง, เพื่อจุดมุ่งหมายในการทำนายปรากฏการณ์, เพื่อที่จะควบคุมปรากฏการณ์ต่างๆได้ , เพื่อค้นหาและทฤษฎีการใหม่ๆ 18. ข้อใดสามารถตรวจสอบได้ ถูกต้อง ...สมมุติฐานทางวิจัยต้องบ่งบอกความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 19. สมมุติฐานมีความสำคัญอย่างไร ... ช่วยในการกำหนดขอบเขตของปัญหา 20. ข้อใดเป็นสมมุติฐานที่ดีที่สุด บอกเหตุผลและความสัมพันธ์กัน ... การสำเร็จเป็นบัณฑิตขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญา 21. แหล่งที่ดีที่สุดของการตั้งสมมุติฐาน คือ ...ทฤษฎี ในการทำวิจัยเรื่อง “การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียน ในการสอนแบบเด็กเป็นศูนย์กลางกับการสอนปกติ 1. ตัวแปรต้น 2. ตัวแปรตาม 3. ตัวแปรเกิน 4. ตัวแปรแทรกซ้อน 22. ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาภาษาไทย ... ตัวแปรตาม 23. วิธีการสอนแบบเด็กเป็นศูนย์กลาง ... ตัวแปรต้น 24. วิธีการสอนแบบปกติ ... ตัวแปรแทรกซ้อน 25. ระดับสติปัญญาของนักเรียน ... ตัวแปรแทรกซ้อน 26. ระดับวุฒิการศึกษาของครู ... ตัวแปรแทรกซ้อน 27. ตัวแปรหมายถึง ... สิ่งที่สามารถเปลี่ยนค่าได้,สิ่งที่มีค่าต่ำสุดไปจนกระทั่งสูงสุด,สิ่งที่มีค่าขึ้นๆลงๆอยู่เสมอ,สิ่งที่ไม่สามารถกำหนดค่าได้แน่นอน 28. ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายของการสุ่มตัวอย่าง ... เพื่อให้ได้ตัวแทนที่ดีจากประชากร 29. การวิจัยเชิงสำรวจจุดมุ่งหมายเพื่อ ... สำรวจเพื่อการบรรยาย 30. ข้อใดต่อไปนี้เป็นขั้นแรกของการสุ่มตัวอย่าง ... กำหนดขอบเขตของประชากร 31. ในการสุ่มตัวอย่างแบบแงกลุ่ม หน่วยองตัวอย่างจะมีลักษณะเป็น ... ประชากรส่วนใหญ่ 32. การสุ่มตัวอย่างแบบง่ายมีหลักในการสุ่มคือ ... ทำให้ทุกหน่วยของประชากรมีโอกาสถูกเลือกเท่ากัน 33. การสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบสามารถใช้แทน การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย ได้ถ้า ... กลุ่มประชากรมีลักษณะไม่แตกต่างกัน 34. เมื่อเปรียบเทียบการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย แล้วการสุ่มตัวอย่างแบบเป็นกลุ่มจะ ... ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย 35. กลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่จะถูกใช้ก็ต่อเมื่อ ..กลุ่มประชากรมีตัวแปรที่แตกต่างกันน้อยมาก 36. เครื่องมือที่ดีที่สุดในการวิจัย ... ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการวิจัย 37. จุดมุ่งหมายของเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัย ได้แก่ .... เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นมาตรฐานจากตัวอย่างทั้งหมด 38. ขั้นแรกของการเขียนแบบสอบถามได้แก่ ... จุดมุ่งหมาย 39. ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อดีของแบบสอบถาม ... สามารถใช้กับประชากรที่กระจัดกระจายได้ 40. วิธีใดเป็นข้อดีของแบบสัมภาษณ์ ... สามารถตรวจคำตอบได้ 41. เมื่อเปรียบเทียบแบบสอบถามแล้ว ข้อได้เปรียบข้อแบบสัมภาษณ์คือ ... มีความยืดหยุ่นสูง และได้ข้อมูลลึกซึ้งกว่า 42. หลักการสังเกตข้อใดสำคัญที่สุด ... กำหนดจุดมุ่งหมายของการสังเกตให้ชัดเจน 43. การสังเกตโดยผู้วิจัยเข้าไปร่วม มีข้อบกพร่องในแง่ใด ... ผู้วิจัยอาจเกิดความลำเอียงจากการเป็นสมาชิกของกลุ่ม 44. การสังเกตโดยผู้วิจัยไม่เข้าไปร่วม สามารถทำให้ได้ผลดีได้อย่างไร ... ไม่ให้ผู้ถูกสังเกตรู้สึกตัว 45. คุณสมบัติใดของแบบทดสอบที่สำคัญที่สุด ... ความเป็นปรนัยและความเที่ยงตรง 46. ความเป็นปรนัยของข้อสอบนั้นหมายถึง ... มีการดำเนินการสอบที่เหมือนกัน, มีการให้คะแนนที่เหมือนกัน, มีการตีความหมายที่เหมือนกัน 47. ดีกรีของการไม่เปลี่ยนแปลงของการวัดของแบบทดสอบ คือ ... ความเป็นปรนัยของแบบทดสอบ 48. ถ้าข้อสอบของแบบทดสอบอันหนึ่งได้ออกครอบคลุมเรื่องต่างๆ ที่เรียนทั้งหมด แบบทดสอบชนิดนี้มีลักษณะแบบใด .. ความเที่ยงตรงของเนื้อหา 49. ความยากง่ายของข้อสอบนั้นหมายถึง ... จำนวนสัดส่วนที่นักศึกษาตอบข้อสอบถูก 50. แบบทดสอบสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนส่วนใหญ่ มีความเที่ยงตรงชนิดใด ... ตามเนื้อหา 51. การทำแบบทดสอบให้วัดในสิ่งที่ต้องการวัดได้สูง แบบทดสอบนี้มีลักษณะคือ ... มีความเที่ยงตรงสูง 52. ทัศนคติเป็นความรู้สึกภายในของคนเรา แต่สามารถวัดทัศนคติได้โดยอาศัยอะไร ... ความคิดเห็นที่แสดงออก 53. ความเป็นปรนัยของมาตรวัดทัศนคติ หมายถึง ... ทุกคนอ่านเข้าใจเหมือนกัน, ให้คะแนนเหมือนกัน, ดำเนินการวัดเหมือนกัน, ตีความหมายเหมือนกัน 54. การที่คนเรามีทัศนคติที่ดีหรือไม่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับอะไร ... ความรู้และประสบการณ์ 55. ข้อความใดต่อไปนี้เป็นคำกล่าวที่ดีที่สุด.... ทัศนคติสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าจัดประสบการณ์ที่ดีขึ้น คำสั่ง ให้พิจารณาปัญหาการวิจัยในข้อ 56-63 ว่าการใช้เครื่องมือประเภทใด จากตัวเลือกต่อไปนี้ 1. แบบสอบถาม 2. แบบสังเกต 3. แบบทดสอบ 4. แบบสัมภาษณ์ 5. แบบวัดเจตคติ 56. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างการสอนปกติกับแบบรอบรู้ ... แบบทดสอบ 57. ความคิดเห็นของครูที่มีต่อผู้บริหารสตรี ... แบบสัมภาษณ์ 58. การสำรวจพฤติกรรม การเป็นผู้นำของนักเรียนในโรงเรียน ... แบบสอบถาม 59. การสำรวจรายได้ของคนกรุงเทพมหานคร ... แบบสอบถาม 60. ความรู้สึกของอาจารย์ที่มีต่อเทคโนโลยีของสื่อ ... สัมภาษณ์ 61. เจตคติของนักศึกษาที่มีต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหง ... แบบวัดเจตคติ 62. ลักษณะการเรียนรู้ด้วยตัวเองของนักศึกษาพิการทางสายตา ... แบบสัมภาษณ์ 63. พฤติกรรมของช้างในการเลี้ยงลูก ... แบบสังเกต ครูคณิตศาสตร์คนหนึ่งต้องการที่จะทดสอบวมมุติฐานว่า นักเรียนชายหญิงเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้ดีกว่านักเรียนหญิง เขาจึงได้สุ่มตัวอย่างนักเรียนชายและนักเรียนหญิงมา เพื่อที่จะวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาณิตศาสตร์ คะแนนเต็ม 100 ผลปรากฏว่า นักเรียนชาได้คะแนนเฉลี่ยเป็น 65 และนักเรียนหญิงได้คะแนนเฉลี่ยเป็น 60 ให้ตอบในข้อ 64-68 64. จากผลการวิจัยครั้งนี้พอจะสรุปได้ว่า ... ยังตัดสินไม่ได้ว่า นร.ชาย มีสัมฤทธิ์ผลทางวิชาคณิตศาสตร์ดีกว่า นร.หญิง 65. ความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชายและหญิงเป็น ... ความแตกต่างนี้ อาจเกิดขึ้นเนื่องจากความคลาดเคลื่อนในการสุ่มตัวอย่าง 66. ข้อสมมุติฐานใดต่อไปนี้เป็น Null Hypothesis (สมมุติฐาน) ... นักเรียนชายมีสัมฤทธิ์ผลไม่แตกต่างจากนักเรียนหญิง 67. ตัวแปรต้นของการศึกษาในครั้งนี้ ไดแก่ ... เพศของนักเรียน 68. ตัวแปรตามของการศึกษาในครั้งนี้ ได้แก่ ... ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน 69. ปริมาณการกระจายของคะแนนไปจากส่วนกลาง สามารถวัดได้โดย ... ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 70. ถ้าข้อมูลที่เก็บรวบรวมมีการกระจายค่อนข้างสูง เรานิยมใช้ค่าแนวโน้มเข้าส่วนกลางใด ... มัธยฐาน 71. ค่าวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางชนิดใดที่เป็นตัวแทนที่ดีที่สุด ถ้าข้อมูลกระจายไม่มากนัก ... ค่าเฉลี่ย 72. ถ้าข้อมูลมีลักษณะเป็นเส้นโค้งปกติ หมายถึงคุณสมบัติในข้อใด ... ค่าเฉลี่ย = มัธยฐาน = ฐานนิยม 73. คะแนนมาตรฐานมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น ... 0,1 74. วิธีที่ง่ายที่สุดในการวัด การกระจายของข้อมูลได้แก่วิธีใด ... พิสัย 75. ข้อใดถูก ... ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นค่ารากที่สองของความแปรปรวน 76. ข้อใดกล่าวถึงการกระจายขอคะแนน ... คะแนนมีค่าเฉลี่ย และมัธยฐานเท่ากัน 77. ค่าที่หาง่ายที่สุดหลังจากการเรียงข้อมูลเสร็จแล้ว ... พิสัย 78. ข้อความใดที่แสดงถึงค่าสัมพันธ์เป็นลบ ... อายุของรถ กับราคารถ 79. การตั้งความคลาดเคลื่อนเป็น 0.05 หมายความว่าอย่างไร ... ถ้านำผลการวิจัยมาทำซ้ำ 100 ครั้งแล้ว 80. ถ้าจะทำการวิจัยเพื่อให้ได้ผลเชื่อถือมากขึ้น ควรจะตั้งความเคลื่อนไหวไว้ที่จุดใด ... 0.05 81. ความคลาดเคลื่อนชนิดที่หนึ่งเกิดจากอะไร ...ปฏิเสธสมมุติฐานทั้งๆ ที่สมมุติฐานนั้นเป็นจริง 82. ความคลาดเคลื่อนชนิดที่สองเกิดจากอะไร ... ยอมรับสมมุติฐานทั้งๆ ที่สมมุติฐานนั้นเป็นเท็จ 83. ข้อใดต่อไปนี้เป็นสมมุติฐานศูนย์ ... U=U คำสั่ง ให้ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้สำหรับตอบข้อ 84-90 1. นามบัญญัติ 2. ลำดับ 3. อันตรภาค 4. อัตราส่วน 84. บ้านเลขที่ 239 เป็นข้อมูลระดับใด ... นามบัญญัติ 85. อุณหภูมิในขณะนี้ 37 องศา เป็นข้อมูลระดับใด ... อันตรภาคชั้น 86. ผลไม้ในกระจาดนี้มีน้ำหนัก 1 กก. เป็นข้อมูลระดับใด ... อัตราส่วน 87. แดงสอบได้คะแนน 80 คะแนน เป็นข้อมูลระดับใด ... อันตรภาคชั้น 88. มหาวิทยาลัยรามคำแหงแบ่งออกเป็น 7 คณะ เป็นข้อมูลระดับใด ... นามบัญญัติ 89. น้ำในถังมีปริมาณ 100 ลูกบาศก์เมตร เป็นข้อมูลระดับใด ... อัตราส่วน 90. ดำสอบได้ที่ 7 ของนักเรียนทั้งชั้น เป็นข้อมูลระดับใด ... อันดับ 91. โครงร่างของการวิจัยเปรียบเสมือนข้อใด ... แผนการป้องกันน้ำท่วม กทม. 92. หลักในการเขียนรายงานการวิจัย ... เขียนสั้นๆ และได้ใจความ 93. การเขียนโครงร่างการวิจัยมีประโยชน์ข้อใดมากที่สุด ... ช่วยให้เห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา 94. หัวข้อใดไม่มีในโครงร่างการวิจัย ... วรรณคดีที่เกี่ยวข้อง 95. การค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องในการวิจัย มีความสำคัญอย่างไร ... ช่วยให้มองเห็นปัญหาในการวิจัยชัดเจนยิ่งขึ้น 96. การเขียนจำกัดความ มีประโยชน์อย่างไร ... ช่วยทำให้ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย ชัดเจนเพิ่มขึ้น 97. ในการใช้แบบสอบถาม เราไม่สามารถทราบว่าผู้ตอบ ตอบจากใจจริงหรือไม่ ในการที่จะกำหนด ...สมมุติฐาน 98. ส่วนที่เป็นกิตติกรรมประกาศอยู่ในส่วนไหนของการรายงานการวิจัย ... ส่วนปก 99. ในการกำหนดขอบเขตการวิจัย ควรพิจารณาถึงเรื่องใด ... ค่าใช้จ่าย, สติปัญญาความสามารถ, เครื่องมือและการวิเคราะห์ของความสามารถที่จะเก็บรวบรวมข้อมูล 100. การกล่าวถึงประชากรและการสุ่มตัวอย่างในการวิจัยควรจะกล่าวถึงในส่วนใดของการวิจัย ... วิธีการดำเนินการวิจัย การแจกแจงทางทฤษฎี (Theoretical distribution) ที่ใช้ในอนุมานสถิติบ่อยๆ มีอยู่ 4 ประเภทด้วยกันคือ 1. การแจกแจงแบบโค้งปกติ (Normal distribution) 2. การแจกแจงแบบไคว์สแควร์ (Chi-square distribution) 3. การแจกแจงแบบ F (F-distribution) 4. การแจกแจงแบบ t (t-distrubution) 1. การแจกแจงแบบโค้งปกติ (Normal distribution) การแจกแจงแบบโค้งปกติ เป็นการแจกแจงของข้อมูลที่ได้จากตัวแปร ที่มีลักษณะต่อเนื่อง (Continuous variable) โดยมีคุณสมบัติของโค้งปกติ ดังนี้ 1. พื้นที่หรือความน่าจะเป็น (Probability) ภายใต้โค้งปกติมีค่าเท่ากับ 1 2. ความสูงของโค้งที่สูงที่สุดอยู่ที่ค่า µ 3.โค้งมีลักษณะเป็นรูประฆังคว่ำ สมมาตร และมีค่าเฉลี่ย มัธยฐาน และฐานนิยมเท่ากัน 4. ลักษณะการกระจายภายใต้โค้งปกติมีลักษณะที่ว่าในช่วงบวกลบ 1 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจากค่าเฉลี่ยหรือจุดกลางของโค้ง (µ±1) มีพื้นที่ประมาณ 68% และ (µ±2) มีพื้นที่ประมาณ 95% และ (µ±3) มีพื้นที่ประมาณ 99% คะแนนมาตรฐาน ในการที่จะนำคะแนนแต่ละรายวิชาหรือต่างกลุ่มกันมาเปรียบเทียบกัน ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นในการที่จะนำคะแนนมาเปรียบเทียบกันให้ได้ความหมายนั้น ทำได้โดยเปลี่ยนคะแนนดิบให้เป็นคะแนนมาตรฐาน ซึ่งคะแนนมาตรฐานแต่ละชนิดจะมีค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานคงที่ 1. คะแนนมาตรฐาน Z (Z-Score) คือคะแนนมาตรฐานที่มีลักษณะการกระจายเหมือนกับการกระจายของคะแนนดิบ มีค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นหนึ่ง สามารถคำนวณได้โดยใช้สูตรดังนี้ ลักษณะของคะแนนมาตรฐาน Z 1. เป็นคะแนนที่มีค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นหนึ่ง 2. คะแนนมาตรฐานที่เป็นลบแสดงว่าคะแนนค่านั้นต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยและถ้าเป็นบวกแสดงว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย 3. การเปลี่ยนคะแนนดิบให้เป็นคะแนนมาตรฐาน ไม่จำกัดคะแนนเต็มของวิชาต่างๆ โดยปกติค่าคะแนนมาตรฐาน Z จะมีค่าอยู่ระหว่าง ±3 4. ลักษณะการกระจายเหมือนกับการกระจายของคะแนนดิบ 2. คะแนนมาตรฐาน T (T-Score) คือ คะแนนมาตรฐานที่ดัดแปลงมาจากคะแนน Z ซึ่งมีทั้งค่าบวกลบ ทำให้ลำบากในการตีความหมาย การเปลี่ยนคะแนน Z เป็นคะแนน T ใช้สูตรดังนี้ T = 50 + 10Z ลักษณะของคะแนนมาตรฐาน T 1. มีลักษณะการกระจายเหมือนกับการกระจายของคะแนนดิบ 2. เป็นคะแนนมาตรฐานที่มีค่าเฉลี่ย 50 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 10 2. การแจกแจงแบบไควสแควร์ (Chi-Square distrubution) มีลักษณะที่สำคัญดังนี้ 1. ค่าเฉลี่ยของการแจกแจงแบบไคว์สแควร์ที่มี Degree of freedom “n” จะมีค่าเท่ากับ “n” 2. ถ้า n ≥ 2 ฐานนิยมของ มีค่าเท่ากับ n – 2 3. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ มีค่าเท่ากับ 4. การแจกแจงแบบไคว์สแควร์ส่วนใหญ่มีลักษณะเบ้ขวา 5. ถ้า “n” มีขนาดใหญ่ การแจกแจงแบบไคว์สแควร์จะมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับการแจกแจงแบบโค้งปกติที่มีค่าเฉลี่ย n และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3. การแจกแจงแบบ F (F-distribution) การแจกแจงแบบ F ที่มี Degree of freedom n1 และ n2 นั้น เป็นการแจกแจงของตัวแปร F ที่เกิดจากอัตราส่วนระหว่างตัวแปรไคว์สแควร์ 2 ตัว ที่เป็นอิสระต่อกันที่มี Degree of freedom n1 และ n2 ตามลำดับ การแจกแจงแบบ F ที่มี Degree of freedom n1 ของตัวเศษ และ n2 ของตัวส่วน จะมีลักษณะดังนี้ 1. เบ้ไปทางขวา 2. มีค่าฐานนิยมเพียงค่าเดียว 3. ค่ามัธยฐานมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 4. ค่าเฉลี่ยมีค่าเท่ากับ n2/(n2-2) เมื่อ 4. การแจงแจงแบบ t (t-distribution) การแจกแจงแบบ t ที่มี Degree of freedom n เป็นการแจกแจงของตัวแปร t ที่เกิดจากอัตราส่วนระหว่างตัวแปร Z ที่มีการแจกแจงเป็นโค้งปกติกับตัวแปรไคว์สแควร์ ที่มีค่า Degree of freedom n การแจกแจงแบบ t มีลักษณะดังนี้ 1. โค้งมีลักษณะสมมาตร 2. มีฐานนิยมเพียงค่าเดียว 3. ค่าเฉลี่ยและมัธยฐาน มีค่าเท่ากับศูนย์ แต่ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานขึ้นอยู่กับขนาดของกลุ่มตัวอย่างหรือค่าของ Degree of freedom ยิ่งกลุ่มตัวอย่างหรือ Degree of freedom มีค่ามากเท่าใด ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจะยิ่งเข้าใกล้ 1 มากขึ้น หรือลักษณะการแจกแจงใกล้เคียงกับโค้งปกติมากขึ้น โจทย์ ครูสอนวิชาสังคม ป.6 คนหนึ่งคาดหวังว่าวิธีการสอนแบบทัศนศึกษานอกสถานที่น่าจะเป็นวิธีการสอนที่ดีที่สุดที่จะทำให้นักเรียนเกิดสัมฤทธิผลในการเรียนวิชาสังคมศึกษามากที่สุด ในฐานะที่ท่านเป็นนักวิจัยจะพิสูจน์หรือออกแบบทดสอบความคิดนี้ได้อย่างไร 1. จงตั้งชื่อเรื่องของการวิจัยนี้ ได้แก่ คำตอบ 1. การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้วิธีการสอนแบบทัศนศึกษานอกสถานที่กับในห้องเรียน 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ที่ได้รับการสอนแบบทัศนศึกษานอกสถานที่ 1. ตัวแปรอิสระของการวิจัยคือ คำตอบ วิธีการเรียนนอกสถานที่กับในห้องเรียน ตัวแปรตาม คือ คำตอบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตัวแปรเกิน คือ คำตอบ อารมณ์ของเด็ก , ครู , ปัญหาครอบครัว, I.Q , สติปัญญา , สภาพความพร้อมด้านร่างกาย 1. สมมติฐานของการวิจัยครั้งนี้คือ คำตอบ วิธีการสอนแบบทัศนศึกษานอกสถานที่เป็นวิธีการสอนวิชาสังคมที่ดีที่สุด 1. วิธีออกแบบพิสูจน์สมมติฐานที่เหมาะสม คำตอบ Ho : U1 = U2 H1 : U1 ≠ U2 1. ประชากรของการวิจัยครั้งนี้ คำตอบ นักเรียนชั้น ป.6 1. วิธีการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสม คำตอบ แบ่งชั้นภูมิ 1. เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลที่เหมาะสมคือ คำตอบ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ 1. ประเภทความตรง ของเครื่องมือ ได้แก่ คำตอบ ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา 1. วิธีการหาความเชื่อมั่นที่เหมาะสม ได้แก่ คำตอบ วิธีหาความคงที่ภายใน, แบบคู่ขนาน ข้อสอบวิชา MER6903 มี 4 ข้อ ๆ ละ 25 คะแนน นำหนังสือเข้าห้องสอบได้ 1. การวิจัยเชิงสำรวจ (ตั้งชื่อเรื่อง บอกตัวแปรตาม ตัวแปรอิสระ สมมติฐาน เป็นต้น) 2. การวิจัยเชิงทดลอง (ตั้งชื่อเรื่อง บอกตัวแปรตาม ตัวแปรอิสระ สมมติฐาน ตัวแปรเกิน สถิติที่ใช้ในการวิจัย) 3. ประชากร เครื่องมือวิจัย 4. t-test และให้ดู 0ne way Anova ด้วย (อ.ให้ print out)

ไม่มีความคิดเห็น: